http://www.youtube.com/watch?v=mhlc7peGlGg

posted on 04 May 2009 19:48 by ideabook  in memojoke

ชายหนุ่ม บ่นกับเพื่อน
"อั๊วรู้สึกเจ็บข้อศอกอย่างรุนแรง สงสัยจะต้องไปหาหมอล่ะ"

"เฮ้ยไม่ต้อง
มีร้านขายยาคอมพิวเตอร์ร้านนึง
มีเครื่องอัจฉริยะ ถูกกว่า เร็วกว่าไปหาหมอเยอะ ง่ายๆ
แค่เอาตัวอย่างปัสสาวะใส่ไปในเครื่อง คอมพิวเตอร์จะวินิจฉัย
และให้คำแนะนำออกมาเสร็จ แค่ร้อยเดียว"
เพื่อนรักบอก

ชายหนุ่มคิดในใจ
ว่าลองดูก้อไม่เสียหายอะไร

ว่าแล้วก็ฉี่ใส่กระป๋องแล้วตรงไปร้านขายยาที่ว่า
พอเจอเครื่องก็จัดการ เทปัสสาวะเข้าเครื่อง
หยอดเหรียญ กดปุ่ม

ซักครู่

เครื่องเริ่มส่งเสียงทำงาน ไฟกระพริบ
แล้วพิมพ์กระดาษรายงานผลออกมา

" คุณเป็นโรคเอ็นข้อศอกอักเสบ ให้เอาข้อศอกแช่น้ำอุ่นบ่อย ๆ
หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก จะดีขึ้นภายในสองสัปดาห์"

เย็นวันนั้น
ขณะที่นั่งคิดทึ่งในความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีปัจจุบัน
เค้า นึกสงสัยว่า
คอมพิวเตอร์จะตอบมั่วๆไปเรื่อยหรือป่าว
คิดได้ดังนั้น เค้าจัดการทดสอบทันที
โดยการเอาน้ำก๊อกที่บ้านผสม กับอุจจาระ ของหมาที่เลี้ยงไว้
และปัสสาวะของภรรยา และลูกสาว ปิดท้ายด้วย การช่วยตัวเอง
เอาน้ำอสุจิเติมลงไป
จัดการเขย่าให้เข้ากันแล้ว ตรงกลับไปที่ร้านเก่า

หลังจากเครื่องได้รับตัวอย่างและหยอดเหรียญ
เครื่องก็ทำงานพร้อมกับพิมพ์รายงานออกมา

"น้ำก๊อกบ้านนายกระด้างเกินไป ควรติดตั้งเครื่องกรองน้ำกระด้าง"
"หมานาย มีพยาธิ ควร ให้มันกินยา ฆ่าพยาธิ"
"ลูกสาวนาย ติดยา ควร พาเธอเข้ารับการฟื้นฟูบำบัด"
"เมียนายตั้ง ครรภ์ 6 สัปดาห์ แต่ไม่ใช่ลูกนาย ควรจะปรึกษาทนายความ"
"และสุดท้าย ถ้านายยังไม่เลิกช่วยตัวเองด้วยมือบ่อย ๆ
เอ็นข้อศอกอักเสบของนายไม่มีวันหายแน่"

credit : ที่นี่

วันนี้
ขณะที่นั่งทานข้าวเย็นกับแม่อยู่ที่ริม foot path
ก็มีแม่-ลูก คู่นึง มาขายตั๊กแตนสาน
ก็เป็นปกติของเราที่ไม่ได้สนใจ
เค้าก็เดินผ่านไปเอง

จนเค้าเดินกลับมาอีกรอบ
(เค้าก็ไม่มาถามรอบ 2 หรอกเนอะ)
แม่ก็พูดขึ้นว่า
ที่ไม่ซื้อ เพราะไม่มีเศษ มีแต่แบงค์ใหญ่
เราก็วิ่งตามไปซื้อ

ตอนจ่ายเงิน
คนเป็นแม่ ก็ขอบคุณ(แบบเศร้าๆยังไงไม่รู้)
คนเป็นลูก
ยิ้มแบบ.....
อธิบายไงดี

แบบที่
มันมีตัวละครตัวนึงในเรื่องล่าอสูรกาย ที่ถูกฝึกมาให้เป็นตัวช่วยพระเอก
แต่เพราะเห็นรอยยิ้มของพระเอก เลยทนไม่ไหว ไปเข้าพวกกับปิศาจ เพื่อจะได้สู้กับพระเอก
ประมาณนั้นละมั้ง

ดีใจ
บริสุทธิ์
ทิ่มแทง
...

พาลจะทำให้ไม่อยากซื้ออีกเลยตลอดชีวิต
(เหมือนหนีอะไรอยู่มั้ย)
เรานั่งทานขนมกันเงียบๆ
มองหน้ากันบ้าง
แต่ไม่มีคำใดหลุดจากปากของเราทั้งสองคน

เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นอย่างง่ายๆ
และดูเป็นเรื่องธรรมดามากๆ
ธรรมดาซะจนไม่มีใครคาดคิด
ว่าเรื่องมันจะพามาถึงจุดนี้

ผมชวนเธอไปทานข้าวที่บ้านแม่
หลังทานข้าวกันเสร็จ
เราก็เที่ยวเล่นแถวนั้นกันพักนึง

เรื่องมีแค่นั้นจริงๆ
ไม่ว่าผมจะคิดหาสาเหตุเท่าไหร่
ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้
ว่าทำไมเราถึงมานั่งทานขนมกันเงียบๆอยู่แบบนี้

........................................................................

ตอนนี้
เค้าคงกำลังคิดอยู่
ว่าเรื่องมันไม่เห็นมีอะไร

แต่จริงๆเรื่องมันไม่ได้มีเท่านั้นหรอก
เรื่องมันไม่เคยมีแค่นั้น

ทุกเรื่องที่เค้าคิดว่าไม่มีอะไร
จริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น

และครั้งนี้
มันก็ยาวพอๆกับการเดินทางไปเที่ยวเล่นของเรา

เมื่อกลับมาถึงบ้าน
เรานั่งมองตากันเงียบๆ
โต้ตอบเสียบหายใจหอบกันโดยไม่ปริปาก

เรื่องไม่ได้มีเท่านั้นหรอก
และมันไม่เคยสั้นแค่นั้นด้วย..